อยากไปเที่ยวทะเลต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

เที่ยวทะเล

การไปเที่ยวทั่วไทยสร้างความสุขให้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการไปเที่ยวทะเลที่ถือว่าเป็นจุดแลนมาร์กสำคัญของประเทศไทย ที่มีนักท่องเที่ยวมุ่งหน้าไปสู่หาดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าไปถึงทะเลแล้วย่อมต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่สร้างความสนุกและความทรงจำที่ดี ดังนั้นลองมาดูว่าถ้าคุณต้องไปเที่ยวทะเลแล้วควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1.ครีมกันแดด

เรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด คือ การทาครีมกันแดด ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดดใบหน้าหรือผิวกาย ควรมีให้ครบและเลือกใช้อย่างเหมาะสม เลือกเป็นครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปและมีค่า PA+++ กันน้ำ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพของการกันแดดเป็นอย่างดีเยี่ยม พกพาใส่กระเป๋าขนาดเล็กติดตัวเสมอ เพื่อทาซ้ำทุกชั่วโมง จะช่วยป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี หลังจากการไปเที่ยวทะเลแล้วจะไม่ทำให้ผิวของคุณคล้ำเสียหรือหยาบกระด้างไปยาวนานแน่นอน

2.ชุดที่เหมาะสม

การไปเที่ยวทะเล ถ้าต้องการทำกิจกรรมดำน้ำ ดูปะการัง หรือ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเลือกชุดสวมใส่ที่เหมาะสม เช่น ชุดว่ายน้ำหรือบอดี้สูทสำหรับว่ายน้ำ ถ้าไม่สะดวกให้เลือกเป็นเสื้อและกางเกงที่เนื้อผ้าไม่หนักมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้การเล่นน้ำสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวได้และน้ำหนักของเสื้อผ้าที่มากไป อาจจะทำให้คุณเคลื่อนไหวใต้น้ำได้ยากอีกด้วย

3.ยาแก้แพ้

ยาสามัญประจำบ้านและยารักษาโรคส่วนตัว ควรมีติดกระเป๋าไปพร้อมกับครีมกันแดด โดยเฉพาะสายแพ้ทั้งหลาย เช่น แพ้อาหารทะเล, แพ้อากาศ หรือแม้แต่แพ้น้ำทะเล อาจพาให้อาการกำเริบได้ ดังนั้นจึงควรพกพายาแก้แพ้อยู่เสมอและเตรียมยาประเภทอื่น ๆ ไปด้วย เพื่อที่การไปเที่ยวครั้งนี้จะไม่ทำให้คุณต้องไม่สบาย จนไม่สามารถสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้

4.ถุงพลาสติก

เมื่อเล่นน้ำเสร็จแล้วย่อมมีเสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ ที่เปียกน้ำอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงควรพกพาถุงพลาสติกเพื่อใส่เสื้อผ้าเปียกและของใช้ต่าง ๆ ที่เปียกน้ำแยกออกจากเสื้อผ้าที่แห้งอยู่ เพียงเท่านี้กระเป๋าเดินทางของคุณจะไม่เลอะอย่างแน่นอน

ถ้าคุณต้องการท่องเที่ยวทั่วไทยด้วยการไปทะเลอย่างมีความสุขและไม่ต้องกังวลใด ๆ เพียงแค่เตรียมความพร้อมตามทั้ง 4 ข้อนี้ เชื่อว่าคุณจะสามารถเที่ยวทะเลได้อย่างสบายใจแน่นอน

แนะนำ 3 สถานที่เที่ยวทั่วไทย ถ่ายภาพสวย บรรยากาศสุดสดชื่น

เที่ยวทั่วไทย

สายท่องเที่ยวทั่วไทยที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสวยตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพของบรรยากาศธรรมชาติทื้, ภาพของสถานที่ประวัติศาสตร์ หรือผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในเมืองท่องเที่ยว ต้องไม่พลาด! การไปเยี่ยมเยือน 3 สถานที่ท่องเที่ยวถ่ายภาพสวยดังต่อไปนี้

1.อุโมงค์ป่าไผ่

ออกมาสู่นอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ เพียงเล็กน้อย คุณจะพบกับจุดถ่ายภาพธรรมชาติที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยให้บรรยากาศเปรียบดั่งป่าไผ่อาราชิยาม่าของเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ซึ่งที่พูดถึงนี้คืออุโมงค์ป่าไผ่ของจังหวัดนครนายก ช่วงด้านหน้าของวัดจุฬาภรณ์วนารามที่มีความยาวถึง 800 เมตร ให้บรรยากาศสดชื่นและร่มเย็นไปกับแนวป่าไผ่ทั้งสองด้านที่ถ่ายภาพในยามเช้าและยามบ่ายได้สวยเลยทีเดียว

2.ตึกชิโนโปตุกีส

สายถ่ายภาพแห่งประวัติศาสตร์และเมืองเก่า ที่ให้เสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ขอแนะนำการไปถ่ายภาพที่ตึกชิโนโปรตุกีสของจังหวัดภูเก็ต ที่ถือว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คของภูเก็ตเลยก็ว่าได้ โดยเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีการสร้างตึกผสมผสานกับวัฒนธรรมแบบชิโนโปรตุกีสที่มีมาอย่างยาวนาน สามารถเดินเล่น ช้อปปิ้ง และถ่ายภาพสวย ๆ ของเมืองเก่า เพื่อนำไปอัพลงโซเชียลได้อย่างโดดเด่น

3.เพลาเพลิน

เพลาเพลินคือจุดถ่ายภาพที่ให้ทั้งความสวยงามและความสดชื่นของจังหวัดบุรีรัมย์ ถูกพัฒนาให้มีดอกไม้เมืองหนาวที่ให้สีสันสดใสเต็มท้องทุ่ง นอกจากการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นจุดพัฒนาผู้เรียนรู้นอกห้องเรียนและการเรียนรู้ของบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับพันธุ์พืชหลากหลายชนิด ดังนั้นคุณจึงสามารถไปถ่ายภาพที่นี่ได้ทุกมุมอย่างสุดเพลิดเพลิน

ถ้าต้องการไปท่องเที่ยวทั่วไทยอย่างสบายใจ พร้อมการถ่ายภาพสวย ๆ กลับมาเป็นความทรงจำที่ดีไปอีกยาวนาน สามารถตามรอยได้จากทั้ง 3 สถานที่นี้ เชื่อว่าคุณจะได้ภาพสวยที่ถูกใจแน่นอน

เที่ยวเขาใหญ่ไม่ไปไม่รู้

เที่ยวเขาใหญ่

ตอนที่บอกนั่นแหละว่าใครไม่เคยเที่ยวเขาใหญ่จะบอกได้เลยคำเดียวว่าจะเสียใจไปตลอดบอกได้เลยว่าเขาใหญ่เป็นเมืองหรืออำเภอที่ค่อนข้างจะมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะใครก็ตามที่เป็นขาเที่ยวบอกได้เลยว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครไม่เคยไปด้วยความที่ว่าเดินทางสะดวกอีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครทำให้นักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างเขาใหญ่กันมากอีกทั้งอีกอย่างที่ทำให้เป็นสาเหตุให้คนมาเที่ยวเขาใหญ่กันเยอะเพราะว่ามีรีสอร์ทหรือว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่ที่เค้าทำขึ้นมาสำหรับให้นักท่องเที่ยวจีนที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปมาเที่ยวกันเยอะจึงยิ่งดึงดูดให้คนมาเที่ยวยังที่นี้

ล่าสุดเราก็เพิ่งไปเที่ยวมาก็แวะหลายที่เหมือนกันไม่ว่าจะสถานที่ท่องเที่ยวอย่างปาลิโอ้ฟาร์มโชคชัยหรือว่าฟาร์มหรือไร่องุ่นก็ไปมาหมดแล้วบอกได้เลยว่าเกิดความประทับใจในการไปเที่ยวและคิดว่าในอนาคตก็จะกลับไปเที่ยวเขาใหญ่อีกครั้งเพราะระยะเวลาที่เรามีสำหรับการท่องเที่ยวมันไม่เหมาะสมที่เราไปพักแค่คืนเดียวอีกวันก็ต้องกลับเพราะมีวันหยุดพักผ่อนแค่เพียงวันเดียวหากมีเวลามากกว่านี้เราก็ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเขาใหญ่อีกรอบคราวนี้ตั้งใจจะไปในวันหยุดยาวเพราะว่าจะได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติและได้ถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวเขาใหญ่ให้มันหนำใจไปเลย เพราะเท่าที่เราไปเที่ยวแบบไปไม่นานไปกลับมันมีที่ท่อเที่ยวเยอะมากที่รอเราไป

เที่ยวหัวหินหาบ้านพักหัวหินอย่างไรในช่วง hi-seson

บ้านพักหัวหิน

แน่นอนว่าสำหรับใครก็ตามที่กำลังวางแผนในการไปเที่ยวในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ตรงกับช่วงที่คนเดินทางไปพักผ่อนเยอะ หรือที่เรียกว่าช่วง hi-seson นั้น แน่นอนว่าเรื่องของการเตรียมตัวเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะช่วงนี้ต่างก็ทราบอยู่แล้วว่าคนเดินทางไปท่องเที่ยวกีนมาก อาจจะทำให้บ้านพักหัวหินนั้นมีราคาแพงมาก ด้วย

ส่วนหนึ่งนอกจากราคาจะแพงที่ลำบากที่วุดคือ หาที่พักค่อนข้างจะยาก แม้นว่าจะมีอาจจะคุณภาพสวนทางกับราคา ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังอยากที่จะไปเที่ยวหัวหิน ควรที่จะทำการบ้านในเรื่องของการจองที่พักให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่ไม่ประสบปัญหาในเรื่องของการไปเที่ยวแล้วไม่มีที่พัก เพราะว่าคนนิยมมากที่ยวหัวหินเยอะมาเนื่องจากว่าไม่กลจากกรุงเทพมหานคร การเดินทางสะดวกมีทุกช่องทาง

ดังนั้นแนะนำให้ทำการบ้านเรื่องของการหาที่พักด้วยการหา และทำการจองผ่านอินเตอร์เน็ตมาก่อนก็ได้ เพราะสมัยนี้โรงแรมหรือบ้านพักหัวหินแต่ละที่แต่ละแห่งได้เข้าร่วมกับ เข้าร่วมกับ web agoda trovelloka หรือบริษัทอื่นๆมากมาย ที่ให้บริการในจองเอาไว้ก่อน ค่อยมาจ่ายหรือว่าจ่ายด้วยการตัดบัตรเครดิตก็ได้  ดังนั้นเรื่องของการหาที่พักเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะช่วงที่คนเดินทางเข้าพักมากอย่าง ช่วง hi-seson การจองเอาไว้ก่อนมันจะทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าอย่างน้อยไปเที่ยวครั้งนี้มีที่นอนแน่นอน เรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวหัวหินนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยมีเยอะแยะมากมาย เรียกว่าเวลาเที่ยวของเรายังน้อยกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่คอยให้บริการเสียอีก

สวนสนุก UNIVERSAL สิงคโปร์

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวสิงคโปร์ในวันที่ 2 ของเรา การเดินทางก็เป็นรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ครั้งจะลองนั่งรถเมล์ก็กลัวเสียเวลา จริงๆกลัวหลงมากกว่า 555 วันนี้เราเลือกที่จะทัวร์ในสิงคโปร์แค่จุดเดียว นั่นก็คือ สวนสนุก UNIVERSAL นั่นเอง เมื่อมามาถึงจุดหมาย เราจะต้องเดินเข้าไปในห้างเพื่อขึ้นไปชั้น ที่ 5 ของ ห้างนี้ และทำการซื้อตั๋ว รถไฟฟ้าขบวนสั้นๆ เชื่อมต่อระหว่างห้างนี้กับสถานี UNIVERSAL สิงคโปร์ เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 100 บาท ไป-กลับ ส่วนบัตรเข้าสวนสนุก ยูนิเวอร์แซลพวกเรา ได้ทำการซื้อมาจากเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว

singapore-01

ทีนี้เราก็มาลุยกันค่ะ สำหรับสวนสนุกยูนิเวอร์แซลเป็นสวนสนุกที่เหมาะสำหรับวัยรุ่น ซะมากกว่า เนื่องจากเครื่องเล่นแต่ละเครื่อง จะเป็นของผู้ใหญ่ เราเลือกที่จะวางแผนเล่นเครื่องเล่นที่เป็นไฮไลท์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโซนมัมมี่ ที่ให้อารมณ์เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของมัมมี่จริงๆ โซนจูลาสิคพาร์ค ที่มีการล่องแก่งที่มีเจ้าไดโนเสารืเสมือนว่ากำลังจะไล่กินเราและที่ขาดไม่ได้เลย คือไฮไลท์ ของที่นี่ จะเป็น โซนทรานฟอร์เมอร์ เครื่องเล่นนี้เราใช้เวลาต่อแถวอยู่ประมาณ เกือบ 1 ชั่วโมง ในใจคิดว่า จะคุ้มเวลาที่มารอไหมเนี่ย พอแถวเริ่มสั้นลงจะมีจุดรับแว่น 4 D เมื่อถึงคิวเราเจ้าหน้าที่เรียกเราขึ้นรถลักษณะคล้ายๆรถไฟเหาะ มีเบาะนั่งได้ประมาณ 3-4 ท่าน อยู่ 4 ช่อง และหลังจากนั้นเราก็ได้เข้าสู่โลกของทรานฟอร์เมอร์ จะบอกว่าเกินที่คาดไว้จริงๆเหมือนเราอยู่ในเรื่องทรานฟอร์เมอร์เลยจริงๆ สนุกมากกกกกกก ตื่นเต้นสุดๆ ใช้เวลาเล่นอยุ่ประมาณ 5 นาที แต่บอกเลยว่าสุดคุ้ม

เราใช้เวลาอยุ่ที่นี่จนถึง 4 โมงเย็น ก็ต้องออกจากสวนสนุกแห่งนี้ เพื่อออกเดินทางไปรับกระเป๋า ที่โรงแรมที่พัก (ฝากเค้าไว้) และเดินทางต่อไปที่สนามบินชางงี เตรียมตัวบินกลับประเทศไทย

ทริปนี้เป็นทริปทัวร์สิงคโปร์สั้นๆ แต่ก็สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

จูไห่ อุทยานสวรรค์

สวัสดีค่ะวันนี้ขอมารีวิวทัวร์ฮ่องกงกันนะคะ ในครั้งแรกที่ได้ไปกับทัวร์และได้ตัดสินใจซื้อทัวร์ฮ่องกง บอกตรง ๆ ค่ะว่าก็กลัวเหมือนกัน เพราะเคยมีข่าวออกมาว่ามีการโกงกันเกิดขึ้น บางรายจ่ายเงินไปก็ไม่ได้บิน เราก็เลือกซื้อกับทัวร์ฮ่องกงที่มีความมั่นใจค่ะ ดูจากอะไรน่ะหรอคะ ก็ดูจากใบจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยว ดูจากหน้าเวปไซต์ แล้วก็ดูจากในเฟสบุ๊คค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอีกอย่างหนึ่งให้นักท่องเที่ยวฮ่องกงกันเลยทีเดียว

hongkong-01

เราเลือกซื้อทัวร์ฮ่องกงกับบริษัทเลิฟทัวร์ฮอลิเดย์ เพราะดูแล้วมีความมั่นคง น่าเชื่อถือ พอโทรเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับโปรแกรมแล้ว พนักงานขายก็สามารถตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน ประหนึ่งว่าเราได้ไปเที่ยวกับเค้าด้วยเลย เราเลยซื้อ สถานที่ที่เราประทับใจเวลาไปที่ฮ่องกงน่ะหรอ ก็คือพระราชวังหยวนหมิง ที่เมืองจูไห่ ฮ่องกง เพราะพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนประราชวังใหม่หยวนหมิง ณ กรุงปักกิ่ง พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ณ ใจกลางของ ภูเขาชิลินในเมืองจูไห่ ทำให้สวนแห่งนี้โอบล้อมด้วยขุนเขาที่เขียวชอุ่ม สวนหยวนหมอง มีเนื้อที่ 1.39 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาโอบรอบทั้ง 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นพื้นที่ราบ สิ่งก่อส้างต่าง ๆ สร้างขึ้นเท่าของจริงในอดีตทุกชิ้น

ภายในสวนมีทะเลสาบขนาด 80,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดเท่ากับสวนเดิมในกรุงปักกิ่ง เป็นศูนย์กลางล้อมรอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ กว่าร้อยชิ้น เช่น เสาหินคุ่ สะพานข้ามธารทอง ประตูต้ากง ตำหนักเจิ้งต้ากวางหมิง สะพานเก้าเลี้ยว คิดดูสิสิ่งก่อสร้างมากมายขนาดนี้ แล้วเราจะพลาดที่จะถ่ายรูปกับสถานที่เที่ยวฮ่องกงสวย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง

แน่นอนพวกเราถ่ายรูปไปเยอะมาก โดยมีหัวหน้าทัวร์ฮ่องกงคอยดูแล อำนวยความสะดวก แถมถ่ายรูปให้พวกเราอย่างสวยด้วย ประทับใจจริง ๆ ค่ะ

วัดอาซากุสะ วัดพุทธในญี่ปุ่น

japan-4

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในทริปนี้
แต่ที่ประทับใจที่สุดคือ วัดอาซากุสะ วัดอาซากุสะเป็นวัดในศาสนาพุทธ แต่เดิมนั้นเป็นวัดของนิกายเทนได
ต่อมาในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ถูกจัดให้เป็นวัดหนึ่งในอารามชั้นเอกของนิกายอวโลกิเตศวรมีพระอวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระประธาน และถูกจัดให้เป็นวัดอันดับที่ 1 ของการจาริกบูชาเจ้าแม่กวนอิมในเอโดะ 33 แห่ง

นอกจากนี้ยังเป็นวัดอันดับที่ 13 จาก 33 แห่ง ของการจาริกบูชาเจ้าแม่กวนอิมในเมืองบันโด สิ่งแรกที่จะสามารถสังเกตได้เมื่อมาที่นี่ก็คือโคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ที่เขียนว่า 雷門 ซึ่งอยู่ด้านหน้าติดกับถนน โดยด้านข้างซ้ายขวานั้นจะมีเทพทวารบาลอย่างฟูจิน และไรจิน ประทับอยู่ ส่วนทางด้านหลังของเทพทวารบาลทั้งสองจะมีรูปปั้นของมนุษย์ชายหญิงคู่หนึ่ง ว่ากันว่าเป็นมังกรจำแลงมา… คามินาริมง นั้นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีหลักฐานปรากฎ มีแต่รายงานบันทึกความเสียหายจากการถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1865 หลังจากนั้นหนึ่งศตวรรษ (ประมาณปี 1960) ก็ได้ถูกบูรณะขึ้นมาอีกครั้งด้วยคอนกรีตเสริมใยเหล็ก ส่วนโคมสีแดงนั้นก็ได้รับมาจากประธานของบริษัทมัสซึชิตะเดงคิ นำมาถวายเพื่อแก้บนให้หายป่วยจากโรคภัย ในหนึ่งปีนั้นจะมีการยกโคมลูกนี้ไปเก็บด้วย 2 เหตุผลเท่านั้นคือ เนื่องในเทศกาลซานจะ (Sanja-Matsuri ) กับเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นเข้าเท่านั้น

พอเดินผ่านคามินาริมงเข้ามาก็จะเจอ ถนนการค้านากามิเสะ (Nakamise ) ถนนนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะตอนปลาย เพื่อเป็นย่านไว้สำหรับขายของที่ระลึกของเมืองเอโดะ

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบๆวัดให้เป็นย่านการแสดงศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร สถานแสดงศิลปะต่างๆ ต่อมาในสมัยเมจิ มีการปรับปรุงย่านการค้าให้เป็นระเบียบมากขึ้น โดยใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความคงทน และในสมัยไทโช จึงได้มีการสร้างโรงละครโอเปร่าของอาซากุสะขึ้น ซึ่งเป็นที่สำหรับแสดงละครสมัยใหม่แห่งแรกในญี่ปุ่น

เมื่อเดินมาสุดถนนก็จะพบกับซุ้มประตูใหญ่อีกหนึ่งซุ้ม ซึ่งก็มีโคมกระดาษสีแดงลูกใหญ่แขวนอยู่อีกหนึ่งลูกเขียนว่า โคะบุเนะโจ ด้านซ้ายและขวาจะมีเทพทวารบาลคอยขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีก 2 องค์ ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “อา-อุม” ส่วนด้านหลังซุ้มจะมีรองเท้าเชือกสานแบบโบราณขนาดยักษ์แขวนอยู่ฝั่งละข้าง เพื่อเป็นการข่มขู่สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายว่านี่เป็นขนาดฝ่าเท้าของเทพทวารบาลที่เราสังเกตคร่าวๆก็มีเท่านี้นะค่ะ และขอขอบคุณบริษัททัวร์ญี่ปุ่นที่พาเรามาที่วัดอาซากุสะ